บทความ

เหล็กชุบซิงค์ GI กับ เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG ไม่เหมือนกัน!

18 June 2020
เขียนโดย Admin Maboonyong
เหล็กชุบซิงค์ GI กับ เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG ไม่เหมือนกัน!

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย อ่านตารางนี้อันเดียวก็เข้าใจครับ

ตารางเปรียบเทียบการชุบ GI กับ การชุบ HDG

การชุบซิงค์ GI กับ การชุบกัลวาไนซ์ HDG ไม่เหมือนกันครับ..

..เป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ทั้งเจ้าของบ้านหรือแม้แต่ช่างเหล็กเองมักเข้าใจผิด เกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณที่ชุบสังกะสีแล้วได้ผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นผิวสีเทาเงินสะท้อนแสง ว่าพวกมันคือ เหล็กกัลวาไนซ์ เหมือนกัน ..ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เลย (แม้คำว่า กัลวาไนซ์, ซิงค์, และสังกะสี ทั้งสามคำนี้จะมีความหมายเดียวกันก็ตาม)

ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนยังเข้าใจผิดมหันต์ว่าเหล็กชุบเหล่านั้นสามารถนำไป ใช้งานกลางแจ้ง ตากแดดตากฝน โดนไอเกลือ ไอทะเล สารเคมีได้โดยเนื้อเหล็กไม่ผุกร่อนเป็นสนิม

..ซึ่งไม่จริงครับ ! บางชนิดถ้าเอาไปใช้แบบนั้นสนิมขึ้นแน่ ๆ ครับ !!

พื้นผิวเหล็กชุบซิงค์ GI

เหล็กชุบ 'ส่วนใหญ่' ที่พบเห็นได้ในท้องตลาด ตามร้านเหล็กและร้านวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ จะเป็น เหล็กชุบซิงค์ GI (หรือชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ Pre-zinc steel หรือ Pre-galvanized steel)

เหล็กชุบซิงค์ GI นี้ คือเหล็กที่มีชั้นเคลือบสังกะสีที่ค่อนข้างบาง โดยผ่านกรรมวิถีการชุบแบบ Mill galvanizing ที่แปลว่าการชุบแบบเครื่องโม่ ..ที่เรียกเช่นนี้เพราะเหล็ก GI จะถูกชุบสังกะสีเหลวตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเหล็กดำม้วนคอยล์ใหญ่ ๆ ก่อนจะแผ่นเหล็กจะถูกดึงผ่านสังกะสีเหลวอย่างรวดเร็วและตัดสังกะสีเหลวส่วนเกินออกด้วยลม ซึ่งทำให้พื้นผิวมีสีเทาเงินเนียนสวยงาม เมื่อได้ม้วนคอยล์เหล็กชุบสังกะสีมาแล้ว จึงนำไปตัดดัดพับขึ้นรูปเป็นทรงกล่องจัตุรัส, กล่องไม้ขีด, ตัวซี, ฉากพับ หรือรูปพรรณอื่น ๆ ตามความต้องการ

กรรมวิธีชุบแบบ Mill galvanizing

คลิปตัวอย่างกรรมวิธีชุบแบบ Mill galvanizing

เหล็กชุบซิงค์ GI จึงมีชั้นสังกะสีที่เคลือบบนพื้นผิวค่อนข้างน้อย ที่ราว ๆ 5-15 ไมครอน และความหนาเนื้อเหล็กที่ผลิตได้จะไม่หนาเกิน 2mm (ถ้าหนากว่านั้นจะเข้ากรรมวิธี Mill galvanizing ไม่ได้) การใช้งานจึงไม่เหมาะกับงานกลางแจ้งที่ต้องโดนแดดโดนฝนโดยตรง, งานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักเยอะ และมีอายุการใช้งานอยู่ที่ไม่เกิน 10 ปี (ปกติชั้นสังกะสีจะสลายไปปีละ 1 ไมครอน ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม)

หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ?

ชั้นเคลือบซิงค์ที่สลายไปถึงเนื้อเหล็กก็จะเกิดสนิมขึ้น.. ซึ่งถ้าถึงวันนั้นก็อาจต้องขัดชั้นซิงค์และสนิมออกแล้วทาสีกันสนิมทับเหมือนกับเหล็กดำธรรมดาครับ

"ทว่าเหล็กชุบซิงค์ GI เหมาะอย่างยิ่งกับงานก่อสร้างภายในอาคาร งานโครงสร้างที่รับน้ำหนักไม่มาก ทำเป็นคาน, แปหลังคา, จันทัน ต่าง ๆ ที่อย่างไรก็ต้องทำ Built-in มาปิดอยู่แล้ว เนื่องจากไม่ต้องทาสีกันสนิมเหล็ก ประหยัดทั้งค่าจ้างช่าง ประหยัดเวลาก่อสร้าง และที่สำคัญเมื่อเทียบกับการทาสีกันสนิมแล้ว การชุบซิงค์ GI ทนต่อการเกิดสนิมได้ดีกว่ามาก แม้จะเกิดรอยขีดทะลุชั้นเคลือบซิงค์เข้าไปถึงเนื้อเหล็กแต่ด้วยคุณสมบัติทางเคมีของซิงค์ มันจะแย่งทำปฏิกิริยากับอากาศ ทำให้เนื้อเหล็กไม่เป็นสนิมครับ"

ร้านเหล็กมาบุญยงค์ มีสินค้าประเภทเหล็กชุบซิงค์ GI จำหน่ายหลายชนิดและขนาด ทั้งเหล็กกล่องไม้ขีด เหล็กกล่องจัตุรัส เหล็กตัวซี เหล็กฉากพับ


แล้ว เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG จริงๆ ..คืออะไรกันแน่ ?

พื้นผิวเหล็กชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน HDG

เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG (หรือชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ Hot dip galvanized steel) คือสุดยอดแห่งเหล็กชุบกันสนิม (ที่ไม่ใช่โลหะผสม หรือที่เรียกว่าอัลลอยด์) ซึ่งโดยปกติไม่ใช่เหล็กที่หาได้ง่าย ๆ ในท้องตลาดครับ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง และความต้องการใช้ของผู้บริโภคในไทยยังน้อย

เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG มีกรรมวิธีผลิตที่เข้าใจง่ายกว่ามาก คือ 'เอาเหล็กรูปพรรณดำ ไปจุ่มในอ่างสังกะสีเหลวร้อน แล้วยกขึ้นมา' ...จบแล้วครับ ! คล้ายกับการทำป๊อกกี้เคลือบช็อกโกแลตน่ะแหละ (อันที่จริงก็มีรายละเอียดก่อนหลังมากกว่านั้นนิดหน่อย แต่ตัวประเด็นมีแค่นั้นจริง ๆ ครับ)

ซึ่งความหนาของชั้นเคลือบสังกะสีจะขึ้นอยู่กับความนานในการแช่ในอ่างสังกะสี ..ยิ่งแช่นาน ยิ่งหนัก ค่าชุบยิ่งแพงครับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาคือพื้นผิวสีเทาเงินสะท้อนแสงที่มีลวดลายดอกดวงอันเป็นเอกลักษณ์ (หรืออาจดูอัปลักษณ์) ของการจุ่มสังกะสีเหลวร้อน กับชั้นเคลือบสังกะสีที่หนาอย่างมหัศจรรย์หลายร้อยไมครอน โดยปกติแล้วชั้นเคลือบก็จะสลายไปประมาณ 1 ไมครอนต่อปีเท่านั้น

ใช่ครับ ..อายุการใช้งานของมันจึงยาวนานมาก ..อย่าว่าแต่ 30 ปีเลยครับ เป็นร้อย ๆ ปีก็ยังไม่เป็นสนิมหรอก (นอกจากโดนสารเคมีหรือความเป็นกรด-ด่างรุนแรง)

แผ่นสังกะสี

อ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า เหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG ก็ดูดีน่าใช้ไปหมดทุกอย่าง ..แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นเสียทีเดียวนะครับ

นอกจากการเป็นปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมระดับชั่วลูกชั่วหลาน อันเกิดจากความทนทายาทของเหล็กชนิดนี้ (ซึ่งเรามักจะลืมใส่ใจไปเสียสนิท) ข้อเสียหลัก ๆ ของมันคือเรื่องราคาที่สูงมาก ..บางทีค่าเหล็กรูปพรรณดำ บวกค่าสีกันสนิม บวกค่าจ้างช่างสี รวมทั้งหมดแล้วก็ยังสู้ราคาของมันไม่ได้ ยิ่งเมื่อพิจารณาตามเป็นจริงโครงสร้างเหล็กภายในอาคารล้วนไม่โดนแดดโดนฝนอยู่แล้ว ต่อให้ใช้เหล็กดำเปลือยก็แทบไม่เกิดสนิมนะครับ ..แค่ใช้สีกันสนิมทาก็อยู่ยงทนทานได้นับสิบ ๆ ปี

ข้อเสียรองลงมา คือปัญหาต่อร่างกายช่างเหล็กครับ ..ซิงค์ หรือ สังกะสี 'เป็นสารพิษต่อมนุษย์' การตัด, เชื่อมจะทำให้เกิดไอพิษออกมา ซึ่งเรื่องนี้เดี๋ยวผมขออนุญาตแยกเป็นบทความต่อไปครับ

ข้อเสียสุดท้าย ตามที่บอกไปข้างต้น เนื่องจากราคาต้นทุนที่สูงและมีการบริโภคน้อย ทำให้ร้านเหล็กและร้านวัสดุก่อสร้างยังคงหลีกเลี่ยงที่จะสั่งผลิตเหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG มาสต็อคในคลัง ดังนั้นจึงเป็นของหายากมากในท้องตลาด ...แต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ทางร้านอาจแนะนำเป็นโรงชุบกัลวาไนซ์ที่อยู่ใกล้เคียง โดยลูกค้าต้องนำรถเข้ามาซื้อเหล็กรูปพรรณดำไปชุบที่โรงชุบ อาจจะฟังดูวุ่นวายแต่ดีกว่าชุบสำเร็จตรงที่ 'ลูกค้าสามารถตัดหรือเชื่อมชิ้นงานตามที่ต้องการก่อน แล้วค่อยเอาไปจุ่มชุบ' ซึ่งทำให้เคลือบทั่วถึงทุกจุดครับ

ร้านเหล็กมาบุญยงค์ เช่นกันครับ เรายังไม่ได้สต็อคเหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG ไว้ แต่ทางเราสามารถแนะนำโรงชุบกัลวาไนซ์ที่มีมาตรฐานสูงในบริเวณใกล้เคียงให้คุณลูกค้าได้ และในอนาคตอันใกล้เมื่อลูกค้าหันมาใช้เหล็กชุบแบบนี้กันมากขึ้น ทางร้านจะนำมาสต็อคขายอย่างแน่นอนครับ


สรุป ไม่ว่าจะเป็นเหล็กชุบซิงค์ GI หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ HDG ต่างมีวัตถุประสงค์การใช้งานใกล้เคียงกันคือช่วยป้องกันการเกิดสนิม ช่วยประหยัดเวลา ค่าสี และค่าจ้างช่างสี แต่การเลือกว่าจะใช้เหล็กชุบแบบใดขึ้นอยู่กับบริเวณที่จะนำเหล็กไปใช้งาน และงบประมาณของเจ้าของงานครับ

ร้านเหล็กมาบุญยงค์ ยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าแก่ลูกค้าทุกท่านอย่างเที่ยงตรง เพื่อช่วยลูกค้าประหยัดเงิน และนำไปใช้งานได้โดยปลอดภัย หากคุณลูกค้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปค ขนาด การใช้งาน สินค้าประเภทเหล็กชุบซิงค์หรือสินค้าอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Line @maboonyong หรือเบอร์ 02-090-2587 เวลาทำการ 7:30 – 17:00น. และร้านหยุดทุกวันอาทิตย์นะครับ

อนุชาติ พนมโชคไพศาล

(ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท มาบุญยงค์กรุ๊ป จำกัด)